[Fic Onepiece]Like I'm Gonna Lose You (KidxLaw) Kid's Birthday

posted on 11 Jan 2016 18:25 by selina-de-endless in Onepiece

Fic Onepiece: Like I’m gonna lose you (KidxLaw) Kid’s Bday 2016

Paring : Kid X Law

Authors : เซรินะ , SDEndless (Twitter: SDEndless)

Warning : Yaoi PG

Genre : Drama

Summary : จักรวาลวันพีซ แทรกอยู่ในไทม์ไลน์จริงนั่นแหละน้า ส่วนชื่อ Like I'm Gonna Lose You มาจากเพลงของMeghan Trainor /เห็นเขาเพลงเราก็เพลงบ้าง

 

 --------------------

 

สัญชาตญาณคอยบอก

 

คราวหน้าเรายังคงได้เจอกันเหมือนเคย พูดคุยกัน แลกเหล้ากัน ถามสารทุกข์สุขดิบกันตามปกติ

 

 

ก็นึกอยู่แล้วว่าหันไปเลียขารัฐบาลโลกแบบนั้นแกคงไม่ตายห่าไปง่ายๆหรอก

 

ทำเป็นรู้ดี ฝูงหมากร่างๆอย่างแกก็หนังเหนียวใช้ได้นี่ ไอ้ฐานที่มั่นสุดแสนจะสะดุดตาพันนั้นไม่เห็นจะเข้าท่าเลยสักนิด ใครดูเขาก็รู้กันหมดล่ะว้า

 

 

แต่บางครั้งสัญชาตญาณก็ร้องเตือน

 

อาจไม่มีคราวหน้าให้เราได้พบกัน

 

 

 

 

            “ต้องไปแล้ว” แสงสีส้มทองขลิบขอบฟ้าลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน แทนสัญญาณบอกเวลาแม้ในห้องนั้นจะไม่มีนาฬิกาสักเรือนก็ตาม มือเรียวคว้าเสื้อแขนยาวของตัวเองขึ้นคลุมผิวสีแทนที่มีแต่ร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของตราอยู่เต็มไปหมด ทั้งยังรีบร้อนคว้ากางเกงและหมวกที่กระเด็นไปคนละทิศละทางขึ้นสวมอย่างรวบรัด แต่แล้วตอนที่เอื้อมมือไปหาหมวกนั่นเองที่เห็นสายตาคมดุของอีกคน “ทำไมทำหน้าแบบนั้น?”

 

            “แบบไหน?” ร่างสูงนอนเหยียดบนพื้นที่เตียงส่วนตัวของตัวเอง ท่าทีเหมือนไม่สนใจคนที่กำลังจะไปนั้นมันช่างน่าหมั่นไส้ ถ้าเป็นระยะแรกของการรู้จักกัน ทราฟาลก้า ลอว์ คงไม่ถามถึงความผิดปกติ แค่คว้าข้าวของส่วนตัวแล้วลุกออกมา

 

            แต่ไม่ใช่กับตอนที่ความสัมพันธ์ดำเนินลุ่มลึกจนหาทางกลับไม่เจอ

 

            “แบบที่เหมือนจะขอให้อยู่ต่ออีกคืน” ใบหน้าคมเฉี่ยวกระตุกยิ้มบางเบาหวังกวนประสาท ปกติแล้วเวลาทำเช่นนี้อีกฝ่ายมักกระฟัดกระเฟียดใส่จนเฉไฉลืมประเด็น ซึ่งมันทำให้เขาปลีกตัวง่ายขึ้น แต่ครั้งนี้อีกคนกลับเลือกเดินเกมแปลกออกไป

 

            "ถ้าพูดแล้วจะอยู่ต่อไหม?” นัยน์ตาสีเทาสบนัยน์ตาสีเพลิงที่มีแววจริงจังอยู่ในที คุณหมอแห่งฮาร์ทถึงกับหุบรอยยิ้ม ในใจพยายามหาเหตุผลของการรั้งตัวและภาวนาว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ล่วงรู้ถึงแผนการลับของตนหรอกนะ

 

 

วินาทีแรกที่กางธงและเริ่มต้นผจญภัย โจรสลัดทุกผู้ต่างรู้ดีว่านั่นหมายถึงความหักหาญไม่ยี่หระต่อความตาย

 

การจากกันต้องไม่หวังว่าจะได้พบกันใหม่

 

 

"ไม่เห็นแกเคยรั้งฉันเลยสักครั้ง แล้วทำไมครั้งนี้..." คิดลุกขึ้นพลางใช้แขนคว้าร่างโปร่งพลิกมานอนอยู่บนเตียงโดยมีเขาคร่อมทับอยู่ด้านบน ดวงตาไล่สำรวจใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม ร่างสูงใหญ่เลยกดจูบลงบนริมฝีปากแทนคำตอบ ลอว์ตอบรับสัมผัสนั้นอย่างเคยชิน แม้ว่ามันออกจะเผ็ดซ่านไปเสียหน่อยแต่มันคงช้าไปที่จะปฏิเสธว่าไม่ชอบมัน สัมผัสนั้นละออกไปอย่างเชื่องช้า คุณหมอโจรสลัดปรือเปลือกตาขึ้นมองการขอคำตอบจากดวงตาสีเพลิงแล้วถึงกับถอนหายใจ “คงไม่... อยู่ต่อไม่ได้จริงๆ”

 

            คิดพ่นลมหายใจหายใจหึเหมือนทุกทีที่เขาขัดใจ แต่ลอว์รู้ดีว่าปกติแล้วเจ้าตัวไม่ทำแค่นั้น นี่จึงทำให้เขาเริ่มระแวงไม่น้อย “10มกรา”

 

            “อะไรนะ?”

 

            “10มกรา... มาเจอกันอีกทีวันนั้น”

 

            10มกรา... อีก3เดือนหลังจากนี้สินะ แล้วที่สำคัญมันยัง...

 

            “อะไรทำให้แกเรียกร้องจากฉันขนาดนี้กัน?"

 

            คิดไม่ได้ให้เหตุผลว่าเขามีลางสังหรณ์ และลางสังหรณ์ของเขามักจะแม่นยำเสมอ ทุกครั้งที่จาก บอกไม่ได้ว่าครั้งหน้าจะได้พบกันอีกหรือไม่

 

 

            ‘ต้องไปแล้ว... ทำไมทำหน้าแบบนั้น?’

 

            ‘แบบไหน?’

 

            ไม่รู้สินะ ครึ่งหนึ่งในใจคิดว่าอย่างไรก็คงได้พบกัน คิดว่าคนตรงหน้าไม่มีทางหายไป

 

            ‘แบบที่เหมือนจะพูดว่าอยากให้อยู่ต่ออีกคืนน่ะสิ’

 

            ‘ถ้าพูด... แล้วจะอยู่ต่อไหม?’

 

            ครั้งนี้รู้สึกต่างออกไป

 

            เวลามอง ‘ฮาร์ท’ ที่ตราอยู่บนร่างกาย มองดวงตาที่แสนทุกข์ขม แม้แต่ฝ่ามือเรียวยาวก็ยังสัมผัสเขาเหมือนอาลัยอาวรณ์นักหนา

 

            แกกำลังจะไปที่ไหน?

 

            จะกลับมาอีกหรือเปล่า?

 

            ครั้งนี้ บอกไม่ได้เลย...

 

 

            “ไม่ว่าต่อจากนี้แกจะไปทำอะไร อยู่ที่ไหน ...ฉันก็แค่ต้องการหลักประกันเท่านั้น” ดวงตาคมดุมองสบแกมบังคับ มันยิ่งทำให้คนที่อยู่ใต้ร่างว้าวุ่นยิ่งขึ้น ในระยะที่ใกล้กันขนาดนี้แทบไม่มีทางที่จะปกปิดสีหน้าได้แนบเนียนอย่างเคย แต่คำขอของคิดแลกมาด้วยการที่เขาไม่ถามลอว์ถึงสิ่งที่ลอว์ไม่อยากให้รู้มากที่สุด

 

            “ฉันรับปากไม่ได้” ฝ่ามือเรียวบางดันไหล่กว้างออกให้พ้นทาง แต่คิดยังคงรั้งไว้ด้วยแรงที่มากกว่าเดิม

 

            “งั้นไม่ต้องไป”

 

            “ฉันนึกว่าแกจะเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่ายกว่านี้เสียอีก… อุ๊บส์!” คนทำเป็นเย็นชาใส่ไม่มีโอกาสได้พูดต่อเมื่อริมฝีปากสีชาดตรงเข้าบทขยี้จนหมดโอกาสส่งเสียง ลอว์พยายามเบี่ยงหน้าเมื่อรู้สึกว่าจูบแกมบังคับนี้ทำเอาอากาศจะหมดลงในไม่ช้า คนจู่โจมจึงผละออกชั่วคราว แต่เจ็ดเทพโจรสลัดตัวร้ายไม่หยุดแค่นั้น “แก!... อุ๊บส์!”

 

            อีกแล้ว! ปัดโธ่!

 

            ลอว์เกลียดวิธีการเรียกร้องตรงไปตรงมาของคิด เพราะว่าเขาชอบมัน ชอบ... ราวกับว่ามันเป็นความฝันสวยงาม ไม่อาจทดแทนความเจ็บปวดจากอดีต แต่มันเป็นไม่กี่ที่ในตอนนี้ที่รู้สึกอุ่นสบาย

 

 

แต่การเรียกร้องให้ตื่นสายมันก็ให้ค่าเท่ากัน

 

ความจริงมักไล่ทันเสมอ

 

เพราะเป็นเช่นนั้นเขาถึงไม่เคยเปิดปากสัญญาชีวิตในวันพรุ่งนี้เลยสักครั้ง

 

 

            “กัปตันครับ...”

 

            “โทษทีที่สาย เตรียมการไปถึงไหนแล้ว”​ ลอว์กลับขึ้นเรือและทำทีว่ามันปกติ แต่การออกตัวก่อนนั้นทำเอาลูกเรือลอบยักไหล่ให้กันพลางส่งสายตาราวกับจะบอกว่าพวกเขายังไม่ทันพูดอะไรเลยนะ

 

            “ล็อคตำแหน่งของพังค์ฮาซาร์ดแล้วครับ แต่ว่า...”

 

            “อะไร?”

 

            “แน่ใจแล้วเหรอครับ เรื่องจะลุยคนเดียวน่ะ”

 

            นัยน์ตาสีเทาไหววูบชั่วขณะ แต่สุดท้ายมันก็กลับมามั่นคงแน่วแน่เหมือนตอนที่ผละออกจากฝันดีที่ ยูสทัส กัปตัน คิด มอบให้ “ฉันตัดสินใจไปแล้ว”

 

            วางแผนอย่างดีแต่ก็ไม่มีหลักประกันอะไรว่าสุดท้ายเขาจะไม่ตาย ลอว์มองไกลกว่าแผนที่พังค์ฮาซาร์ด และถ้าเป็นไปได้ด้วยดี ทุกอย่างคงจบลงทันวันที่ 10 มกรา แต่ว่าจบในแบบที่อยู่หรือตายเขาเองก็มอบหลักประกันให้ไม่ได้

 

            เขาให้อะไรกัปตันคิดไม่ได้สักอย่าง

 

            อย่างน้อยจูบเขาให้นานกว่านี้ก็ดี

 

            ...ถ้ามีโอกาสอีกครั้งต้องไถ่โทษซะแล้ว

 

 

            “หน้าไปโดนอะไรมา” คิลเลอร์ทักขณะกัปตันตัวดีได้ฤกษ์โผล่ออกจากห้องเสียที ลูกเรือทั้งหลายชินกับสถานกาณ์นี้เสียแล้วเลยไม่มีใครขัดอะไรถ้าช่วงหนึ่งในรอบหลายๆเดือนกัปตันของเขาจะทำตัวเหมือนหายสาบสูญไปจากเรือก็ตาม คราวนี้มีที่แปลกอย่างเดียว ตรงที่ว่าเจ้าตัวดูไม่แฮปปี้เอาเสียเลย

 

            “โดนชก”

 

            “โอ้...” คิลเลอร์ลากเสียงยาวเหมือนจะเข้าใจ “บอกแล้วว่าอย่าขืนใจคุณหมอ”

 

            “เปล่าโว้ย!!! ไม่ตลกนะไอ้หอกหักนี่!” คิดโวยวายเสียงดังใส่ คิลเลอร์ถึงได้ยักไหล่แบบขอไปที

 

            “แล้วเกิดอะไรขึ้น”

 

            ฝ่ายกัปตันหน้ามุ่ย อยากจะปรามว่าอย่ามายุ่ง แต่เขายุ่งยากใจเกินกว่าจะรับมือคนเดียว อีกอย่าง คิลเลอร์มักมีคำแนะนำดีๆเสมอ คิดพ่นลมหายใจแรงๆเหมือนขัดใจหนัก “ไปเรียกร้องมันมากเกินไป มันเลยชกแล้วก็หนีไปน่ะสิ”

 

            เขาคิดผิดที่ไปใช้วิธีนั้นแล้วคิดว่ามันจะใจอ่อนยอมอยู่ต่อโดยดี ดันกลายเป็นว่าโดนเสยยอดหน้าแล้วชิ่งหนีไปแทนเสียนี่ ยอมรับว่าหัวเสียไม่น้อยแต่หลังจากอาบน้ำให้หัวเย็นลงแล้วเขาก็กลับมาคิดไม่ตกเหมือนเดิม

 

            “ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นนายนายก็ไม่ตอบเขาหรอกหรือ”

 

            คิดรู้ความหมายนั้นดี โจรสลัดจะไม่หยุดผจญภัย เขาเป็นคนนิยามมันเอง ทราฟาลก้า ลอว์เข้าใจเรื่องนั้น ยอมรับมันอย่างชอบพอซึ่งเมื่อถึงเวลามันกลับกลายเป็นเรื่องที่โหดร้ายไปเสียอย่างนั้น

 

            ตอนที่รู้สึกอะไรขึ้นมา ใช่ว่าจะหวังให้มันจบอย่างมีความสุข

 

            “...ไม่รู้ว่ะ”

 

            แต่เขาโลภ อยากความรู้สึกนี้ยังยืนยาวไปอีกนานแสนนาน

 

            คราวหน้าคงต้องพูดกับมันดีๆ จะได้เข้าใจตรงกันซะที

 

 

            7 มกราคม

 

            แบบนี้... ท่าจะไปไม่ทันซะแล้วล่ะมั้ง

 

            ลอว์แค่นยิ้มอย่างสมเพช เขาติดอยู่ในกรงที่พังค์ฮาซาร์ด และที่แย่กว่านั้นคือยังไม่ได้หัวใจคืนมาจากซีซาร์ และที่แย่ที่สุดคือ ยูสทัส กัปตัน คิด กำลังดูอยู่จากสายตรงของซีซาร์ต่อถึงผู้ซื้ออาวุธทั้งหลายในโลกมืด

 

            ป่านนี้เจ้าตัวคงจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงน่าดู

 

            ขอโทษ... ฉันคงไปสายหน่อยนะ

 

 

            มันบอกมาก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่สัญญา ขนาดบังคับขนาดนั้นก็ยังไม่ยอมเพราะมีแผนแบบนี้เองสินะ!

 

            คิดระเบิดกลางที่ประชุมพันธมิตรมาแล้วรอบหนึ่ง รอบนั้นเขาโดนทั้งอาพูทั้งโฮคิ้นส์ทั้งคิลเลอร์เข้ารุมเพื่อหยุดการทำลายล้างอย่างขาดสติ ผลคือเขาถูกทำให้สลบไปโดยไม่รู้ตัว แต่อย่างว่า เขามันดื้อดึง แม้แต่ในฝันที่สติลอยไปไกล ตัวเขายังคงวิ่งตามแผ่นหลังของมัน

 

            แผ่นหลัง... ที่ไม่มีโครงของแขนขวา...

 

            เฮือก!

 

            ร่างใหญ่ลุกพรวดสะบัดผ้าห่มทิ้งไปอีกทาง ยินเสียงหอบหายใจดังก้องในห้องพักส่วนตัว มันเงียบสงบจนรู้สึกอ้างว้าง นอกหน้าต่างสว่างไสวไปด้วยแสงจันทร์จากคืนจันทร์เต็มดวง นั่นบ่งบอกได้ไม่ยากว่าวันนี้เป็นวันอะไร สายลมอ่อนๆพัดผ่าน รอบตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะใต้แสงหรือในเงา ความคาดหวังของกัปตันผมเพลิงค่อยๆจางหายไปพร้อมกับยกแขนข้างเดียวนั้นขึ้นแนบหน้าผาก

 

            ไม่มาจนได้

 

            เมฆเคลื่อนบดบังดวงจันทร์ ถ้าหากมองนาฬิกาจะพบว่าเข้าสู่วันใหม่ในที่สุด

 

            11 มกราคม

 

 

            25 มีนาคม

 

            ROOM!

 

            แล้วฉัน... ก็ไม่ได้ให้แกแม้แต่ชีวิต

 

            “พวกเราอยู่ใน ROOM แล้ว ถึงมันจะกลืนกินพลังชีวิตของฉัน... แต่ฉันได้คงสภาพของ ROOM นี้ไว้มาโดยตลอดแบบที่พวกแกมองไม่เห็น!!!

 

            ลอว์รู้ว่าการกาง ROOM ที่ใหญ่ขนาดนี้ ถ้าไม่ชนะก็ไม่เหลือทางรอดแล้ว เขาแทบไม่เหลือแรง แถมบนทองฟ้าก็มีแต่กรงนก ทุ่มเททุกอย่างเพื่อโคนจักรพรรดิแห่งความชั่วร้าย พยายามจะแก้แค้น พยายามจะเป็นอิสระ แต่สุดท้ายสิ่งที่เขาได้เห็นก็มีแต่ความตายที่คืบคลานเข้ามาหาเท่านั้น

 

  &nb